‹‹ กระทู้ก่อนหน้า | กระทู้ต่อไป ››
ตอบกลับ โพสใหม่
ชาวนาเมืองกรุงเก่าทุกข์ระทมน้ำตาตกใน เจอแผนชั่วนักธุรกิจต่างชาติ ส่งนอมินีกว้านซื้อที่นาเมืองกรุงเก่ากวา 1 พันไร่ ในตอนแรกปล่อยที่นาให้เจ้าของเดิมทำนาต่อโดยไม่คิดค่าเช่า แต่พอข้าวออกดอกรวงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ กลับเซ้งการเก็บผลประโยชน์ให้กับอีกบริษัทเข้าดำเนินกิจการ เรียกรับผลประโยชน์ค่าเช่าที่นาไร่ละ 3 พันบาท แต่หากไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่นา จะต้องถูกยึดไปโดยปริยาย จนสิ้นเนื้อประดาตัว วอนให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบ เกรงในอนาคตจะหมดที่นาทำกิน
   
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 ส.ค. นายเจษฎา บัวสระเกษม อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/2 หมู่ 9 ต.ลาดชิด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการที่ตนและตัวแทนเกษตรกร ในพื้นที่ ต.ลาดชิด และ ต.ลำตะเคียน อ.ผักไห่ รวม 30 คน เดินทางเข้าพบนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังจากถูกเอกชนเรียกเก็บเงินค่าเช่านา ไร่ละ 2,000 บาท ต่อการทำนา 1 ครั้ง บวกกับค่ารังวัดอีกไร่ละ 1,000 บาท รวมเป็น 3,000 บาท ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเอกชนได้ยื่นคำขาด หากไม่จ่ายเงินจะนำรถแบ๊กโฮมาปิดล้อม และเปลี่ยนให้กับผู้เช่ารายอื่นเช่าแทน
   
นายเจษฎา กล่าวต่อว่า จากนั้นทางจังหวัด โดยศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พยายามเชิญตัวแทนบริษัทที่ซื้อที่ดินจากเกษตรกรมาเจรจา เพื่อขอลดหย่อนการเก็บค่าเช่าที่นา ในกรณีที่ชาวนาอยากที่จะทำนาต่อ แต่ปรากฏว่า การเจรจาไม่เป็นผล เนื่องจากทางบริษัทอ้างว่า มีเอกชนมาขอเช่าช่วงต่อจากทางบริษัท และมีสิทธิจะเรียกเก็บเงินค่าเช่าตามที่ทางผู้เช่าช่วงจากบริษัทกำหนด จนล่าสุดเกษตรกรหลายรายไม่มีที่ดินทำกิน และต้องเลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน เนื่องจากทางบริษัทให้ผู้เช่ารายอื่นเข้ามาทำนาแทนแล้ว
   
นายเจษฎา กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ในปี 2537 ได้มีตัวแทนบริษัทใหญ่จากกรุงเทพฯ มาติดต่อซื้อที่นาจากชาวบ้านจำนวน 1,404 ไร่ ในราคาไร่ละ 5-6 หมื่นบาท แต่ตอนแรกทาง บริษัทอนุญาตให้เกษตรกรทำนาได้ตามปกติ โดยไม่เก็บค่าเช่าแต่อย่างใด แต่บอกไว้ว่าหากต้องการ ใช้ที่ดิน จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 1 ปี แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 52 ได้มีกลุ่มบุคคลอ้างว่าได้เช่าที่ดินต่อจากบริษัทเก่าเรียบร้อยแล้ว และจะขอเก็บเงินค่าเช่าที่ดินทำนาของเกษตรกร ในราคาไร่ละ 2,000 บาท บวกค่ารังวัดอีกไร่ละ 1,000 บาท และหากไม่ยอมจ่ายจะนำรถมาปิดกั้น และจะให้ผู้เช่ารายอื่นเข้าดำเนินการแทน จึงเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อน อีกทั้งยังเก็บค่า เช่าแพงเกินไป เนื่องจากตนและเพื่อนเกษตรกรส่วนใหญ่ทำนาปีละครั้ง และยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงในการทำนา
   
นายเจษฎา กล่าวต่ออีกว่า ตนเชื่อว่าการที่บริษัทไม่ได้เก็บเงินค่าเช่าที่ดินจากชาวนาในช่วงที่ผ่านมานั้น เนื่องจากเกรงว่า จะมีผลกับเรื่องภาษี และกฎหมาย จึงปล่อยให้เกษตรกรทำนามาเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบว่า ข้าวมีราคาแพง และที่ดินมีราคาสูงขึ้น จึงเรียกเก็บเงินในลักษณะบังคับ ตนและเกษตรกรทุกคน รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียแผ่นดินไปกว่า 1.4 พันไร่ กินพื้นที่ถึง  2 ตำบล โดยเชื่อว่า น่าจะต้องมีนายทุนต่าง ชาติ เป็นผู้สนับสนุนเงินในการกว้านซื้อที่นาของเกษตรกรทั้งหมด โดยเฉพาะการกว้านซื้อที่ดินบริเวณริมถนนสายเสนา-อยุธยา ช่วง ต.พระขาว อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.เสนา ในลักษณะเดียวกัน จึงอยากให้ทางราชการ หรือผู้เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบว่า มีนายทุนต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ อีกทั้งพวกตนยินดีขอซื้อที่ดินคืนในลักษณะทยอยจ่ายจนครบ เพื่อรักษาแผ่นดินที่เคยทำนาไว้
   
ขณะที่ นางยุพิน ทองชาติ อายุ 44 ปี ชาวบ้าน หมู่ 9 ต.ลาดชิด อ.ผักไห่ ทำนาจำนวน 8 ไร่ และขายที่นาให้กับบริษัทไปก่อนหน้านี้ ถึงกับร้องไห้ เมื่อถูกเรียกเก็บค่าเช่าเป็นเงิน 16,000 บาท แต่นางยุพิน มีเงินเพียง 8,000 บาท จึงหาเงินให้ไม่ทัน ทำให้ถูกผู้เช่ารายใหม่เข้ามาดูแลที่นาแทนทันที ทั้งที่นาข้าวลงทุนไปมากแล้ว และใกล้จะเก็บเกี่ยว จึงเดินทางไปร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มี.ค.
   
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังรับทราบเรื่อง แล้ว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบหมายให้ น.ส.จินตนา ท่าวัง หัวหน้ากลุ่ม บริหารทรัพยากรบุคคล และ น.ส.สันพรรณ กันชนะ จากศูนย์ดำรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา นำไปประสานกับนายสิริพงษ์ สิริเสรีภาพ รองอัยการจังหวัด เพื่อหาทางช่วยเหลือ โดยจะได้ นัดให้บริษัทและตัวแทนมาเจรจา แต่จากการเจรจา หลายครั้ง ทางผู้ที่เช่าช่วงบริษัทอ้างว่า มีสิทธิในการเก็บค่าเช่าที่ดิน ในราคาไร่ละ 2,000 บาท รวมกับค่าจัดการดำเนินการอีกไร่ละ 1,000 บาท รวมไร่ละ 3,000 บาท แต่เกษตรกรหลายรายไม่มีเงินจ่าย จึงถูกขับไล่ออกจากที่ดินแล้วมีผู้เช่ารายอื่นจากต่างถิ่นมาทำนาแทน.


ที่มา   เดลินิวส์ .com
‹‹ กระทู้ก่อนหน้า | กระทู้ต่อไป ››