‹‹ กระทู้ก่อนหน้า | กระทู้ต่อไป ››
ตอบกลับ โพสใหม่
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การปรับหลักเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง (บ้านบีโอไอ) ใหม่นับว่าเป็นข่าวดีของผู้ประกอบการที่จะสามารถเข้าสู่ตลาดนี้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะรายกลาง รายย่อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการพัฒนาอยู่ไม่ถึง 10 ราย เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างและต้นทุนที่ดินที่เพิ่มขึ้นสูงมากจนมาสามารถพัฒนาบ้านได้ตามเกณฑ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยนับจากที่มีประกาศปรับเกณฑ์ดังกล่าวมีผู้ประกอบการจำนวนมากโทรเข้ามาสอบถามข้อสงสัยต่างๆ เราะสนใจที่จะลงทุน คาดว่าภายในปีน่าจะมีผู้ประกอบการพัฒนาบ้านบีโอไอออกสู่ตลาดมากกว่า 10,000 หน่วย ซึ่งจะทำให้ตัวเลขยอดจดทะเบียนที่อยู่อาศัยใหม่ในปีนี้เพิ่มขึ้นมาได้มากพอสมควร คล้ายกับปี 2551 ที่ยอดจดทะเบียนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจากคอนโดมิเนียมที่ขายดีมาตั้งแต่ก่อนหน้า 2-3 ปี แต่ยอดจดทะเบียนมากที่สุดในรอบ 10 ปี ในปี 2551

                ดังนั้น เพื่อไขข้อข้องใจของผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและสมาคมอาคารชุดไทย จึงได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา เรื่อง เจาะลึกกฎใหม่ บ้าน-คอนโดฯ BOI ขึ้นเมื่อวันที่ เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีวิทยากรและเจ้าหน้าที่จากบีโอไอร่วมชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ โดยผู้ประกอบการได้ตั้งข้อสังเกตว่า การส่งเสริมการลงทุนควรจะให้เท่าเทียมกันในทุกจังหวัด แม้ว่าในต่างจังหวัดต้นทุนที่ดินและแรงงานก่อสร้างจะถูกกว่าในกรุงเทพฯ จึงเห็นควรให้ยึดถือตามเกณฑ์เดินนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่สำหรับจังหวัดขนาดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยวเช่น หาดใหญ่ ภูเก็ต และเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีราคาที่ดินแพงพอๆ กับกรุงเทพฯ อีกทั้ง ราคาวัสดุยังแพงกว่าเพราะสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ รวมไปถึงค่าแรงงานที่สูง ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างสูงตาม หากใช้เกณฑ์เดิมในจังหวัดเหล่านี้ จะไม่สามารถสร้างบ้านบีโอไอได้ ทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสซื้อบ้านบีโอไอ ในขณะที่ผู้ประกอบการบางรายเรียกร้องให้เพิ่มเขตส่งเสริมในจังหวัดอื่น เช่น ฉะเชิงเทรา เป็นต้น

                นอกจากนี้ ยังมีข้อสงวัยว่า หากห้องชุดที่อยู่หัวมุมที่มีขนาดใหญ่ หรือห้องเช่าเพื่อการพาณิชย์ได้ คอนโดมิเนียมที่มักมีราคาที่สูงกว่าเกณฑ์ที่บีโอไอกำหนด สามารถแยกบัญชีเพื่อไม่เข้าสู่เกณฑ์ของบีโอไอได้หรือไม่ แต่สำหรับบ้านหลังมุมของทาวน์เฮาส์ที่มีขนาดที่ดินมากกว่า สามารถแยกบัญชีในส่วนของที่ดินที่เกินมาออกไปได้

                ในประเด็นข้อสงสัยต่างๆ นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ทางบีโอไอได้สัญญาที่จะนำประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ไปพิจารณาและหาข้อสรุปให้ต่อไป แต่ในกรณีที่เป็นข้อกำหนดอยู่แล้ว จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ยาก นอกจากคณะกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุมัติ อย่างไรก็ตาม ได้ต้องการเตือนผู้ประกอบการที่จะขอส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ต้องมีความโปร่งใสด้านการดำเนินงาน บัญชี เพราะนอกจากบีโอไอจะเข้าไปตรวจสอบแล้ว กรมสรรพากรยังจะตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ 2009
‹‹ กระทู้ก่อนหน้า | กระทู้ต่อไป ››