|

- UID
- 28669
- โพสแล้ว
- 6785
- แต้มสะสม
- 6785
- ระดับการใช้งาน
- 10
- ออนไลน์
- 96 ชัวโมง
- ลงทะเบียนเมื่อ
- 2009-7-3
- เข้าระบบล่าสุด
- 2009-9-12
|
1#
พิมพ์หน้านี้
tT
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นาย ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ชี้แจงปัญหาโครงการบ้านยิ้ม 2 ที่ข้าราชการร้องเรียนถูกริบค่าจองบ้านจากโครงการเอกชนเพราะผู้บริหารไม่ได้วางมาตรการรองรับดูแลบริหารจัดการโครงการนี้ว่า ได้ เร่งรัดให้ผู้รับผิดชอบโครงการเร่งรัดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เข้าใจว่าเรื่องนี้มีกระบวนการทำงานที่ต้องรอคณะกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยข้าราชการ ลูกจ้าง ที่มี นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. เป็นประธาน ซึ่งคาด ว่าจะประชุมภายในสัปดาห์หน้า และให้กระบวนการและขั้นตอนอื่น ๆ เร่งเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้ข้าราชการในการเข้าโครงการนี้ หลังจากนี้อีก ประมาณ 1 เดือนน่าจะอนุมัติสินเชื่อได้
นายปรีชา สุขสนเทศ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง กล่าวว่า หลังหน่วยงานต่าง ๆ ได้รวบรวมรายชื่อข้าราชการ ลูกจ้าง กทม. เข้าจองสิทธิ์ โครงการบ้านยิ้ม 2 โดยให้วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 1,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน 2.5% ต่อปี ไม่มีเงินดาวน์ ผ่อนชำระนานได้ถึง 30 ปี สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลราว 3 สัปดาห์จนพบว่ามีผู้ยื่นขอสินเชื่อ 4,944 ราย วงเงินเกือบ 5 พันล้านบาท เป็นข้าราชการสามัญ 2,055 ราย ข้าราชการครู 1,613 ราย ลูกจ้างประจำ 1,216 ราย และพนักงานหน่วยงานการพาณิชย์ กทม. 60 ราย แยกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ขอสินเชื่อเพื่อทำสัญญาเงินกู้ใหม่ (Refinance) 1,778 ราย ซื้อบ้าน 2,344 ราย ปลูกหรือซ่อมบ้าน 813 ราย และที่ยังไม่ระบุวัตถุประสงค์ 9 ราย ผู้บริหารให้นโยบายเพื่อให้ผู้ที่ยื่นขอสิทธิได้รับสิทธิ ทั้งหมดไม่ต้องมาจับสลาก ขณะนี้อยู่ระหว่างรอนำรายชื่อดังกล่าวนำเสนอ กรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ หากเห็นชอบจะได้ออกประกาศรายชื่อผู้ได้สิทธิทั้งหมดและให้ข้าราชการไปตรวจสอบรายชื่อที่สำนักงานพัฒนาที่ อยู่อาศัย กองการเจ้าหน้าที่ และสำนักการคลัง พร้อมส่งบัญชีรายชื่อไป 4 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการให้สินเชื่อ ได้แก่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จากนั้นให้ข้าราชการที่มีรายชื่อไปติดต่อธนาคารโดยตรงเพื่อรับสิทธิ รวม ทั้งจะประสานระหว่างธนาคารกรณีวงเงินกู้เต็ม เพื่อให้ข้าราชการไปติดต่อธนาคารที่เหลืออีก 3 แห่ง ซึ่งจะออนไลน์ข้อมูลระหว่างกัน.
ที่มา เดลินิวส์ .com |
|