|

- UID
- 28669
- โพสแล้ว
- 6785
- แต้มสะสม
- 6785
- ระดับการใช้งาน
- 10
- ออนไลน์
- 96 ชัวโมง
- ลงทะเบียนเมื่อ
- 2009-7-3
- เข้าระบบล่าสุด
- 2009-9-12
|
1#
พิมพ์หน้านี้
tT
นายปฏิมา จีระแพทย์ ประธาน คณะกรรมการอสังหาริมทรัพย์ หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทยหรือ Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand ( JFCCT) เปิดเผยกับ ""ฐานเศรษฐกิจ"" ว่าหลังจากได้มีการนำเสนอกลยุทธ์ในการกระตุ้นต่างชาติให้เข้ามาลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในเวที ไทยแลนด์ อินเวสเม้นต์ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานว่าได้มีท่าทีเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และต้องการให้ไปศึกษารายละเอียดเพื่อนำเสนอรัฐบาลอย่างเร่งด่วนและคาดว่าภายในเดือนตุลาคมน่าจะแล้วเสร็จ
""ทั้งนี้แนวทางในการส่งเสริมนั้นยังยืนยันว่าต้องขยายระยะเวลาในการให้ต่างชาติ เช่าที่ดิน (Lease hold) จากเดิมที่กฎหมายกำหนด 30 ปีออกไปอีกส่วนจะเป็นเท่าไรนั้นแล้วแต่รัฐบาลจะพิจารณา โดยจะเปรียบเทียบข้อมูลของประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 10 ประเทศที่ให้สิทธิ์ในการถือครองที่ดินกับต่างชาติมาประกอบการตัดสินใจ โดยแต่ละประเทศให้สิทธิ์เช่าตั้งแต่ 50-99 ปี ซึ่งเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เฉพาะแต่ต่างชาติจะได้ประโยชน์คนไทยที่เช่าที่ดินก็จะได้ประโยชน์ตามไปด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา ถ้าระยะเวลาในการเช่าเหลือเพียง 10 ปี ก็แทบไม่มีค่า แต่ถ้าขยายระยะเวลาออกไปก็จะเกิดประโยชน์สถาบันการเงินก็น่าจะรับทำนิติกรรมด้วย""
นายปฏิมา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับการเพิ่มสัดส่วนในการถือหุ้นจากเดิม49%ให้เพิ่มมากขึ้น และเรื่องของการขอวีซ่า สำหรับต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในลักษณะบุคคลธรรมดาหรือรายย่อย ให้ได้รับสิทธิ์ในการขยายระยะเวลาในการขอวีซ่าจากเดิม60 วัน อาจจะเป็น 2 ปี โดยมีการกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจน ซึ่งถ้าเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลที่ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กลุ่มนี้จะได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องวีซ่าอยู่แล้วแต่บุคคลธรรมดายังไม่มี ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นนี้จะเป็นกรอบในการพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไป
แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวเสริมว่า ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศให้สิทธิ์แก่ต่างชาติในการเช่าที่ดิน เช่น ประเทศ มาเลเซีย 99 ปี กัมพูชา 99 ปี สิงคโปร์ 60 ปี เวียดนาม 50 ปี อินโดนีเซีย ให้สิทธิ์ไม่จำกัด จีน 70 ปี ฮ่องกง 50 ปี และบางประเทศก็มีการกำหนดเงื่อนไขปลีกย่อยเช่นต่อระยะเวลาได้เมื่อครบกำหนด หรือต้องร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น เป็นต้น
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ |
|