|

- UID
- 28669
- โพสแล้ว
- 6785
- แต้มสะสม
- 6785
- ระดับการใช้งาน
- 10
- ออนไลน์
- 96 ชัวโมง
- ลงทะเบียนเมื่อ
- 2009-7-3
- เข้าระบบล่าสุด
- 2009-9-12
|
1#
พิมพ์หน้านี้
tT

''แหม่ม-พัชริดา'' เชื่อ ''นาธาน'' ไม่ลวงโลก รับเป็นคนชักนำนักร้องหนุ่มเข้าวงการ แต่ตอนนั้นรู้จักในนามลูกครึ่งเนปาลแล้ว ยันเช็กข้อมูลทุกอย่างตามหลักฐานที่มี เชื่อ ''อาร์เอส'' ไม่เสียหาย เพราะทำทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการ
แม้จะหมดสัญญาไปนานแล้ว แต่ข่าวลืออื้อฉาวกรณีที่อดีตนักร้องหนุ่ม ''นาธาน โอร์มาน'' ไม่ได้เล่นหนังฮอลลีวู้ด และไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาลนั้นก็ทำเอาต้นสังกัดเดิมอย่าง ''อาร์เอสฯ'' โดนเพ่งเล็งไปด้วยว่ามีส่วนช่วยกันเมกเรื่อง สร้างภาพให้นักร้องหนุ่มหรือเปล่า มีโอกาสเจอกับ ''แหม่ม'' พัชริดา วัฒนา เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายพัฒนาศิลปินบริษัท อาร์เอสฯ ผู้ชักชวนนาธานเข้าสู่วงการเพลง ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ทางอาร์เอสฯ ไม่ได้อุปโลกน์สร้างเรื่องให้ ''นาธาน'' เพื่อหลอกลวงแต่อย่างใด เพราะตนรู้จักนาธานในฐานะลูกครึ่งเนปาลมาตั้งแต่แรก
''ก่อนอื่นแหม่มต้องบอกก่อนว่า ณ วันนี้แหม่มยังไม่รู้สึกว่านาธานผิดหรือถูกนะคะ เพราะแหม่มเองก็ได้รับข้อมูลเหมือนกับสื่อมวลชน คือน้องเขาก็ยืนยันกับแหม่มในการคุยกันทุกครั้งว่าได้ไปถ่ายหนังแน่ๆ และเขาก็เล่าด้วยความตื่นเต้นดีใจ เพราะฉะนั้นในมุมของแหม่ม ณ เวลาแรกก็คือเชื่อไว้ก่อนว่าน้องได้ไปทำงาน''
''ส่วนที่ว่าอาร์เอสร่วมมือในการหลอกลวงเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนแรกที่เราเอานาธานเข้ามาทำงาน แหม่มเป็นคนเอาเขาเข้ามาเอง ณ วันนั้นแหม่มก็รู้จักเขาในนามของ ''นาธาน โอร์มาน'' ซึ่งเห็นเขาจากการเป็นนายแบบนิตยสารฉบับหนึ่ง และในนิตยสารฉบับนั้นก็ลงภาพเขา พร้อมกับเขียนว่าเป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล เราถึงได้สนใจไปติดต่อเขาว่า ลองมาเทสต์กับเรามั้ย พอจะเป็นนักร้องหรือเป็นดาราได้หรือเปล่า แต่ปรากฏเขาร้องเพลงเพราะ ก็เลยมีการทาบทาม เพราะฉะนั้นวันนั้นแหม่มไม่ได้คิดว่ามันจะมีอะไรมากมายไปกว่าเด็กลูกครึ่งคนหนึ่ง แล้วก็มีโอกาสได้มาทำงาน ก็ไม่ได้มีการหลอกลวงหรือปรุงแต่ง เพราะแหม่มรู้จักเขาครั้งแรกคือ นาธาน โอร์มาน จริงๆ''
ถามว่าตอนแรกที่เห็นชื่อในบัตรประชาชนไม่ใช่ ''นาธาน โอร์มาน'' แต่เป็น ''ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล'' ไม่รู้สึกเอะใจบ้างหรือ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ''แหม่ม'' กล่าวว่า ไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด เพราะดารานักร้องทั่วไปก็มักใช้นามแฝงกันเยอะ
''แหม่มไม่เอะใจเลยค่ะ อย่างที่บอกจนถึงวันนี้แหม่มก็ยังไม่ได้คิดว่านาธานโกหก จนกว่าจะมีหลักฐาน เช่นไม่ได้ไปเล่นหนังจริงๆ ซึ่งแหม่มเชื่อว่าเวลามันจะพิสูจน์ เพราะฉะนั้นถ้าถามวันนั้นในทางกฎหมายทุกอย่างมันถูกต้อง เพราะมีบัตรประชาชน มีพาสปอร์ต ในทางการเช็กประวัติเบื้องต้นมันก็เป็นจริง''
ต่อไปจะมีมาตรการในการคัดเลือกศิลปินอย่างไร
''มาตรการของอาร์เอสในการรับเด็ก แน่นอนเราก็ต้องดูแล อย่างตอนนาธานเราก็ตรวจเช็ก คือเขาไม่ได้เป็นคนผิดกฎหมาย เขาไม่ได้เป็นคนเถื่อน เขามีบัตรประจำตัวประชาชน คือถ้าอยู่ดีๆ คนนี้ไม่มีบัตรประจำตัวเราเซ็นสัญญาไม่ได้ทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นจนถึงทุกวันนี้อาร์เอสก็ยังมีมาตรการ เช่นเด็กถ้าจะมาเซ็นสัญญากับอาร์เอส อายุต่ำกว่า 15 คุณพ่อคุณแม่ต้องมา แต่ถ้าบรรลุนิติภาวะแล้วเด็กเซ็นเองได้ แต่ก็ต้องมีเอกสารครบถ้วน มีบัตรประชาชน มีสำเนาทะเบียนบ้าน แล้วก็การสืบประวัติส่วนตัวเท่าที่ทำได้ ตรวจเช็กสำเนาทะเบียนบ้าน ตรวจเช็กครอบครัว ถามว่ามันจะมีโอกาสเกิดการหลอกลวงแบบนี้อีกมั้ย แหม่มว่ามันอยู่ที่ตัวบุคคลแล้วค่ะ ถามว่าเป็นไปได้มั้ยที่อาร์เอสจะไม่ทราบเรื่องนี้เลย มันเป็นไปได้ค่ะ เพราะตอนที่น้องไปติดต่อกับบริษัทหนัง น้องหมดสัญญากับอาร์เอสแล้ว เพราะฉะนั้นการดูแลตรงนี้อาร์เอสไม่รู้จริงๆ แหม่มไม่ได้รู้เพราะเป็นอาร์เอส แต่แหม่มรู้เพราะสนิทกัน น้องมาบอก ก็ถามว่าเออได้ข่าวว่าเล่นหนังจริงเหรอ ยังเตือนเขาเลยว่าถ้าได้สตางค์เยอะขนาดนั้นต้องระวังการใช้จ่ายแล้วนะ คือมันเป็นเรื่องของพี่กับน้องค่ะ''
นอกจากนี้ ''แหม่ม'' ยังเอาใจช่วยให้เรื่องที่ ''นาธาน'' บอกทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ส่วนความเสียหายด้านชื่อเสียงของ ''อาร์เอส'' นั้น ตนรู้สึกว่าไม่มีอะไรเสียหาย เพราะไม่ได้มีส่วนปกปิดหรือซ่อนข้อมูลจริงแต่อย่างใด
''อาร์เอสในฐานะผู้ใหญ่ก็เข้าใจ และเห็นใจนาธานนะคะ ฟีดแบ็กจากนักข่าวหรือใคร แน่นอนว่าต้องพุ่งมาที่อาร์เอส เพราะเขาเคยอยู่กับเรา ฉะนั้นเราไม่หนีความรับผิดชอบตรงนี้ เพราะวันหนึ่งเราก็เคยทำงานกับนาธาน แต่อย่างที่บอกคือสิ่งที่อาร์เอสรู้ทั้งหมดคือสิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นความจริงที่น้องบอกเรา เพราะฉะนั้นแหม่มว่าฟีดแบ็กมันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าอาร์เอสพูดความจริงแล้ว ที่เหลือก็ต้องรอดูแล้วล่ะค่ะว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นกับนาธานจะเป็นอย่างไร ก็ขอเอาใจช่วยให้มันเป็นเรื่องจริง ถามว่าอาร์เอสเสียมั้ย แหม่มว่าอาร์เอสไม่เสียนะ ถ้าเรารู้ตั้งแต่ต้น แล้วร่วมปกปิดหรือร่วมซ่อน อันนั้นแหม่มก็จะยอมรับ คือแหม่มเป็นคนตรงนะคะ แหม่มจะยอมรับจริงๆ ว่าเฮ้ยแหม่มทำเพื่ออะไร แต่ในเมื่อเรารู้ว่ามันไม่ได้เป็นการโกหกตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นแหม่มว่าอาร์เอสไม่เสีย'' แหม่มกล่าวในที่สุด
ที่มา siamdara.com |
|